เกี่ยวกับเรา | บริการของเรา | ลงโฆษณา | พันธมิตรกับเรา | สะสมแต้ม | ออกแบบเว็บไซต์
 
 
 
  AA
:: เมนู
ข้อมูลทั่วไป
การเดินทาง
โปรโมชั่นอัมพวา
ข่าวท่องเที่ยวอัมพวา
ปฏิทินท่องเที่ยว
สัมผัสไทย ที่อัมพวา
สถานที่ท่องเที่ยว
กิจกรรมท่องเที่ยว
เส้นทางท่องเที่ยว
บันทึกความทรงจำ
รีวิวที่พัก โฮมสเตย์ รีสอร์ท
รีวิวที่กิน ร้านอาหาร
ร้านอาหารแบ่งตามที่ตั้ง
ห้องภาพ
สำหรับสถานประกอบการ
   โฆษณากับเรา
   พันธมิตร(Partner)กับเรา
   สะสมแต้ม ดาหลาพลัส

 
 
 
ตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว และกิจกรรมท่องเที่ยวใน อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียง
 

วันที่ 1 ผลไม้นานาชนิด - ล่องเรือชมธรรมชาติของแม่น้ำแม่กลอง - ตลาดน้ำยามเย็น - ชมหิ่งห้อย

เช้า
เมื่อคุณผู้อ่านพร้อมเราก็เริ่มการเดินทางกันเลยนะคะ โดยออกจากกรุงเทพไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนสายพระราม 2 (ธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 63 จะมีทางแยกต่างระดับเข้าตัวเมือง และเมื่อผ่านเข้าทางตัวเมืองก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงอำเภออัมพวา ถ้าคุณผู้อ่านไปในช่วงฤดูนี้ (เดือนเมษายน-พฤษภาคม) จะก็พบกับผลไม้นานาชนิดที่มีให้ชิมกันถึงสวนกันเลย ก็มีทั้งส้มโอ มะม่วง ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม โดยเฉพาะลิ้นจี่ซึ่งจะมีเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น ลิ้นจี่ที่นี่ก็จะมีรสชาติ อมเปรี้ยว อมหวาน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบลิ้นจี่ก็คงจะถูกใจ

บ่าย
หลังจากที่ชิมผลไม้กันอิ่มจุใจแล้วก็นำข้าวของกลับที่พักก่อนที่พักก็จะมีสไตล์หลายรูปแบบให้คุณผู้อ่านได้เลือกพัก แต่ที่จะแนะนำก็คือที่พักแบบโฮมสเตย์ริมน้ำ จะเป็นที่พักสบายๆ แบบเป็นกันเอง

เย็น
หลังจากที่คุณทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งปีแล้ว ก็ถึงเวลาสักทีนะคะ ที่จะได้มาพักผ่อนกับการล่องเรือชมธรรมชาติของแม่น้ำแม่กลอง โดยเวลาประมาณ สี่โมงเย็นจะมีเรือมารับที่ศาลา
ริมน้ำ ใกล้ ๆ กับที่พัก เรือก็ค่อย ๆ พาเราไปชมสถานที่ต่างๆ ที่แรกเราจะไปแวะที่ตลาดน้ำอัมพวา ซึ่งเป็นตลาดน้ำยามเย็น ตลาดน้ำแห่งนี้จะจัดขึ้นในเวลาช่วงเย็นเรื่อยไปจนถึงพลบค่ำ โดยชาวบ้านจะเริ่มทยอยพายเรือ นำสินค้าหลากหลายมาจำหน่าย ให้กับนักท่องเที่ยว อาทิเช่น ผัก ผลไม้ กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ขนมหวานแบบไทย ๆ ที่หารับประทานได้ยาก ราคาไม่แพงเลย และเรายังได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ พอแวะซื้อของได้ตามที่ต้องการแล้วก็ล่องเรือต่อไปเรื่อย ๆ โดยมีชาวบ้านริมสองฝั่งคลองคอยโบกมือต้อนรับและยิ้มทักทายให้กับแขกผู้มา เยือนอย่างเป็นมิตร ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่ที่น่าประทับใจจริงๆ แล้วคุณจะรู้สึกอยากกลับมาที่นี่อีกครั้งเหมือนกับพวกเราที่ได้มาสัมผัส ถ้ามองดูทั้งสองฝั่งริมน้ำจะมีวัดอยู่มากมายให้เข้าไปสักการะ ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความเป็นเมืองพุทธของคนไทยที่มีมายาวนาน

ก่อนที่เราจะไปชมภาพความประทับใจ เราก็จะมาแวะรับประทานอาหารกันก่อนค่ะ เพื่อที่จะได้มีกำลังในการล่องเรือชมธรรมชาติกันต่อ นร้านอาหารที่อยู่ริมแม่น้ำ ทั้งกุ้งแม่น้ำที่ทั้งสดและตัวโต และยังมีปลาแม่น้ำ ที่ปรุงให้รับประทานกันแบบสดเลย เมนูที่อยากแนะนำก็คือ ปลากะพงนึ่งมะนาวที่ทางร้านจะใช้ปลากะพงสดๆ มาปรุงให้รับประทานกัน ขอบอกว่ารสชาติจัดจ้านมาก ๆ

ค่ำ
พอรับประทานอาหารกันเสร็จแล้วต่อจากนั้นก็ลงเรือกันต่อ เพื่อที่จะไปชมหิ่งห้อยที่อาศัยอยู่ใต้ต้นลำพู ซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้สึกประทับใจ เพราะจะมีแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยกะพริบส่องประกายความงามยามค่ำคืน ให้คนที่มาของภาพ และข้อมูลเยือนได้ชมกัน ซึ่งถ้ามองไกล ๆ จะคล้าย ๆ ต้นคริสมาสต์ที่ประดับประดา ไปด้วยไฟดวงเล็ก ๆ ทั้งตลอดริมสองฝั่งคลองซึ่งเป็นอะไรที่น่าประทับใจของทุก ๆ คน


วันที่ 2 ตลาดน้ำดำเนินสะดวก - วัดจุฬามณี - ค่ายบางกุ้ง - กรุงเทพ

เช้า
ในยามเช้าถ้าได้ตื่นมาสูดอากาศที่แสนสดชื่น และได้ใกล้ชิดธรรมชาติ แล้วคุณจะรู้สึกมีความสุขที่ได้มาสัมผัสจริงๆ กับบรรยากาศสบายๆ แบบนี้ เมื่อมองไปจะเห็นเรือขายขนม ที่มีให้เลือกหลากหลาย แวะมาเทียบท่าน้ำให้เราได้ซื้อไว้รับประทานกันเพื่อเรียกน้ำย่อย และวันนี้ที่ที่เราจะพาไปกันต่อก็คือ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีสิ่งของมาจำหน่ายให้เลือกซื้อหากันมากมาย ทั้งของกิน ของใช้ และของที่ระลึก และมาแวะกินข้าว หรือก๋วยเตี๋ยวในเรือที่จอดเทียบท่าอยู่ หลังจากนั้นก็อย่าลืมที่จะแวะซื้อของฝากกัน

บ่าย
หลังจากนั้นเราก็ไปไหว้พระที่วัดจุฬามณีกัน ต่อ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวาห่างจากตัวอำเภออัมพวาเพียง 2 กิโลเมตร หลังจากที่สักการะกันแล้วเราก็ไปกันต่อที่ค่ายบางกุ้ง และที่นี่มีสิ่งที่น่าสนใจก็คือ เป็นอุโบสถที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จะถูกปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่ทั้งต้นโพ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง ถ้ามองจากภายนอกคิดว่าเป็นกลุ่มต้นไม้ใหญ่ มากกว่ามีโบสถ์อยู่ข้างใน รากไม้เหล่านี้จะช่วยให้โบสถ์คงรูปอยู่ได้ ทั้งยังให้ความขลังอีกด้วย ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐาน ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อโบสถ์น้อย (หลวงพ่อนิลมณี) และเรียกชื่อของโบสถ์ว่า "โบสถ์ปรกโพธิ์" ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ที่ดูสวยงามมาก

เย็น
หลังจากที่ได้สักการะแล้ว เมื่อมาแม่กลองก็ต้องนึกถึงอาหารทะเล ก่อนกลับกรุงเทพก็ขอแวะซื้อของฝากก่อนนะคะ ที่นิยมซื้อกันก็จะเป็น ปลาหมึกแห้ง ปลาเค็ม ปลาหวาน ฯลฯ หรือเลือกซื้อหากันตามใจชอบ พอได้ของฝากกันครบแล้วพวกเราก็ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพ

เรียกว่าคุ้มค่าจริง ๆ สำหรับการมาเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม และใช้เวลาในการเดินทางไม่นานนัก ก่อนจะจากกันไปขอฝากทิ้งท้ายให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน อย่าลืมช่วยกันเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ เพราะธรรมชาติจริงๆ ในเมืองไทยของเราเหลือน้อยมาก ให้คนรุ่นหลังได้มาสัมผัส และชมบรรยากาศแบบธรรมชาติ เพื่อแบ่งปันความสุขกัน

 
ที่มาของภาพ และข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Bookmark and Share
:: สถานที่ท่องเที่ยว


 
:: โฆษณากับเรา คลิกที่นี่
 
A1
 
A2
 
 
B8
 
B9